x close

อินเทอร์เน็ตมือถือช้า กับสาเหตุที่หลายคนอาจคิดไม่ถึง !

          ไขข้อข้องใจ อินเทอร์เน็ตมือถือช้า เป็นเพราะอะไร พร้อมแนะวิธีแก้ด้วยตัวเองง่าย ๆ กับการเลือกใช้แพ็กเกจที่เหมาะสม 

อินเทอร์เน็ตมือถือช้า
 
          ในปัจจุบันนอกจากโทรศัพท์มือถือจะเป็นอุปกรณ์ที่หลายคนมีเป็นของตัวเองแล้ว พฤติกรรมการใช้งานก็มีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยด้วยเช่นกัน ซึ่งหนึ่งในสิ่งที่เห็นได้ชัดก็คือ แนวโน้มการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือที่มีมากขึ้นเรื่อย ๆ ผู้ให้บริการเครือข่ายจึงมีการออกโปรโมชั่นต่าง ๆ มาหลากหลายแพ็กเกจ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกแพ็กเกจที่เหมาะสมสอดคล้องกับการใช้งานของตัวเอง และเกิดความคุ้มค่ากับค่าบริการทุกบาทที่จ่ายไป 
 
          อย่างไรก็ตาม ถ้าหากเลือกแพ็กเกจไม่เหมาะสมก็อาจก่อให้เกิดผลกระทบและปัญหาต่าง ๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็นการถูกเรียกเก็บค่าบริการสูงกว่าที่ควรจะเป็น หรือปัญหาอินเทอร์เน็ตช้าที่หลายคนมักประสบกัน ซึ่งมีคนจำนวนไม่น้อยที่อาจจะยังไม่รู้ว่าปัญหาเหล่านี้มีสาเหตุมาจากการเลือกใช้แพ็กเกจที่ไม่แมตช์กับตัวเอง หรือบางคนก็อาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปัจจุบันกำลังใช้แพ็กเกจไหนอยู่
 
อินเทอร์เน็ตมือถือช้า
 

อยากรู้ว่าใช้แพ็กเกจไหนอยู่ มีวิธีดูยังไงบ้าง ? 

 
          ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือสามารถเช็กแพ็กเกจปัจจุบันที่กำลังใช้งานอยู่ด้วยตัวเองได้หลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการดูผ่านช่องทาง e-Service อย่างเช่นบนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการ การดูจากบิลแจ้งค่าบริการ หรือการกดเบอร์ลัดเพื่อรับการแจ้งทาง SMS โดยจะมีบอกทั้งแพ็กเกจหลักและแพ็กเกจเสริมที่ใช้อยู่ ว่าสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้เท่าไร โทร. ได้กี่นาที รวมถึงวันตัดรอบบิล หรือวันหมดอายุแพ็กเกจ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ผู้ใช้จะสามารถนำมาวางแผนการใช้งานและพิจารณาได้ว่าแพ็กเกจนั้น ๆ เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองหรือไม่ 

แพ็กเกจอินเทอร์เน็ต
ตัวอย่างภาพการเช็กแพ็กเกจและเน็ต/โทร. คงเหลือจากแอปฯ True iService
 
          ทั้งนี้ แนะนำให้ตรวจสอบแพ็กเกจที่ใช้งานว่าใช้อินเทอร์เน็ตได้เท่าไร และหลังจากใช้อินเทอร์เน็ตหมดแล้วจะสามารถใช้ได้ต่อเนื่องที่ความเร็วเท่าไร ยกตัวอย่างเช่น แพ็กเกจทรู-ดีแทคในปัจจุบันที่ราคาเริ่มต้นเดือนละ 399 บาท จะได้อินเทอร์เน็ต 20GB หากใช้จนครบ 20GB ก่อนถึงวันตัดรอบบิลก็จะยังสามารถใช้อินเทอร์เน็ตต่อไปได้โดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม แต่จะติด FUP ส่งผลให้ความเร็วอินเทอร์เน็ตช้าลงกว่าเดิม (เหลือ 1Mbps หรือ 384Kbps ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจที่ใช้) จนอาจส่งผลกระทบต่อการใช้งาน เช่น ดูวิดีโอสตรีมมิ่งแล้วสะดุด หรือดาวน์โหลดไฟล์ช้า จนกว่าจะถึงวันขึ้นรอบบิลใหม่หรือสมัครแพ็กเกจเสริมจึงจะสามารถกลับมาใช้อินเทอร์เน็ตแบบเต็มสปีดได้อีกครั้ง เพราะฉะนั้นจึงควรเลือกแพ็กเกจที่เหมาะกับการใช้งานของตัวเองจะดีที่สุด
 

การติด FUP คืออะไร ทำไมถึงทำให้อินเทอร์เน็ตช้า ?

 
          FUP (Fair Usage Policy) คือ เงื่อนไขที่กำหนดในข้อตกลงการใช้งานว่า หากผู้ใช้บริการใช้งานครบปริมาณที่แพ็กเกจกำหนดแล้วจะยังสามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง แต่ในความเร็วที่ลดลง ซึ่งเป็นนโยบายสากลที่ผู้ให้บริการเครือข่ายใช้กันทั่วโลก เพื่อรักษามาตรฐานการใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือโดยภาพรวม และป้องกันการใช้งานบางประเภทที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ใช้รายอื่น ขณะเดียวกันก็ยังต้องการให้ผู้ใช้งานสามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม ดังนั้น เมื่อความเร็วลดลงเพราะติด FUP จึงทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าอินเทอร์เน็ตมีปัญหา ไม่เร็วเหมือนเดิม
 
          ด้วยเหตุนี้เมื่อเกิดปัญหาอินเทอร์เน็ตช้า หลายคนที่ยังไม่รู้ว่าการติด FUP ส่งผลอย่างไร ก็อาจจะเข้าใจผิดกันว่ามาจากสาเหตุอื่น ๆ หรือเปล่า เช่น เครือข่ายมีปัญหา หรือคุณภาพสัญญาณอินเทอร์เน็ตแย่ลงหลังการควบรวมระหว่างสองผู้ให้บริการ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วการควบรวมรวมกันนั้นทำให้เสาสัญญาณรวมกันเพิ่มมากขึ้น คลื่นรวมกันเพิ่มมากขึ้น ความครอบคลุมก็เพิ่มมากขึ้นด้วย ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ใช้บริการทั้งสองค่ายได้รับประโยชน์สูงสุดทั้งในด้านคุณภาพของสัญญาณและในด้านความคุ้มค่า อย่างสัญญาณโทรศัพท์ที่ดีขึ้นจากการโรมมิ่งสัญญาณคลื่น 2600MHz และ 700MHz เข้าด้วยกัน  รวมถึงการเพิ่มเสาขยายสัญญาณ 5G ให้ครอบคลุมพื้นที่และจำนวนประชากรได้ทั่วประเทศมากขึ้น ซึ่งทำให้ผู้ใช้แพ็กเกจราคาประหยัดสามารถใช้งาน 5G ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนมาใช้แพ็กเกจใหม่ เพียงมีเครื่องที่รองรับ 5G 
 

วิธีเลือกแพ็กเกจให้เหมาะกับการใช้งาน 

 
          หากการติด FUP นั้นเกิดขึ้นเพียงนาน ๆ ครั้ง และมีความจำเป็นที่จะต้องใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเป็นครั้งคราว ก็อาจแก้ปัญหาได้ด้วยการสมัครแพ็กเกจเสริมเป็นครั้งคราว 3 วัน 7 วัน 15 วัน แต่เมื่อใดที่รู้สึกว่าแพ็กเกจที่ใช้อยู่นั้นติด FUP บ่อย ๆ หรือเกือบทุกเดือน นั่นก็อาจแปลว่าแพ็กเกจดังกล่าวไม่เหมาะกับลักษณะการใช้งานและควรได้เวลาเปลี่ยนแพ็กเกจใหม่แล้ว โดยเราขอแนะนำแนวทางการเลือกแพ็กเกจตามกลุ่มผู้ใช้งานดังต่อไปนี้ 
 
1. กลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตน้อย เน้นเล่นแชต เกม โซเชียล
 
          ในการจะเลือกแพ็กเกจให้เหมาะสมนั้นต้องพิจารณาจากพฤติกรรมการใช้งานของตัวเองก่อน ถ้าหากใช้แค่เล่นแชต โซเชียล เล่นเกมออนไลน์ หรือใช้ Wi-Fi เป็นส่วนใหญ่ การใช้แพ็กเกจราคาเริ่มต้นอย่าง 399-499 บาท ก็น่าจะเพียงพอแล้ว โดยสามารถใช้งาน 5G ได้เช่นเดียวกับแพ็กเกจราคาแพง ๆ และถึงแม้จะติด FUP ก็ยังสามารถใช้งานได้อย่างไม่ติดขัด เนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้ความเร็วสูงมากนัก แถมยังสามารถใช้โทร. และอาจได้รับสิทธิประกันชีวิตและอุบัติเหตุในบางแพ็กเกจอีกด้วย หรือถ้าหากในบางเดือนจำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วเต็มสปีด เพื่อดาวน์โหลดไฟล์ ดูซีรีส์ หรือวิดีโอสตรีมมิ่งต่าง ๆ ก็สามารถสมัครแพ็กเกจเสริมได้ ซึ่งก็มีให้เลือกได้ว่าต้องการอินเทอร์เน็ตเพิ่มเท่าไร มีทั้งแบบ 1 วัน / 7 วัน / 12 วัน / 30 วัน ครอบคลุมทุกรูปแบบการใช้งาน
  
แพ็กเกจอินเทอร์เน็ต
ภาพจาก : true.th
 
แพ็กเกจอินเทอร์เน็ต
ภาพจาก : dtac.co.th 
 
2. กลุ่มคนชอบดูวิดีโอ สตรีมมิ่ง โหลดไฟล์หนัก ๆ
 
          สำหรับผู้ที่มีพฤติกรรมการใช้งานที่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในปริมาณมากอยู่ตลอด เช่น ดูวิดีโอสตรีมมิ่ง ดูหนัง/ซีรีส์ออนไลน์แบบความละเอียดสูง ชอบดู TikTok หรือทำงานที่ต้องมีการดาวน์โหลด/อัปโหลดไฟล์ขนาดใหญ่บ่อย ๆ อาจต้องขยับไปใช้แพ็กเกจให้อินเทอร์เน็ตเยอะขึ้น หรือแพ็กเกจที่สามารถใช้อินเทอร์เน็ตเต็มสปีดได้ไม่อั้น แต่หากยังไม่แน่ใจว่าจะคุ้มหรือไม่ อาจลองใช้แพ็กเกจระดับกลางอย่าง 50-60GB ก่อน แล้วดูว่าในเดือนนั้น ๆ ติด FUP หรือไม่ ต้องสมัครแพ็กเกจเสริมเพิ่มอีกเท่าไร จากนั้นจึงค่อยปรับแพ็กเกจในเดือนถัดไปให้เหมาะสม หรือหากอินเทอร์เน็ตไม่พอ แล้วมี Wi-Fi True ก็สามารถใช้ได้ฟรี ตามเงื่อนไขแพ็กเกจ
 
แพ็กเกจอินเทอร์เน็ต
ภาพจาก : true.th
 
แพ็กเกจอินเทอร์เน็ต
ภาพจาก : dtac.co.th
 
3. กลุ่มโทร. น้อย ไม่ค่อยได้ใช้อินเทอร์เน็ตมือถือ หรือใช้นาน ๆ ครั้ง
 
          ถ้าหากใครที่ใช้อินเทอร์เน็ตมือถือน้อยมาก ๆ อาจใช้เพียงแค่บางวัน หรือใช้แต่ Wi-Fi บ้านเป็นหลัก มีรูปแบบการใช้งานที่ไม่แน่นอน และรู้สึกว่าแพ็กเกจรายเดือนนั้นแพงเกินไป ใช้ไม่ค่อยหมด ก็ยังมีแบบเติมเงินที่เหมาะกับผู้ใช้กลุ่มนี้ด้วยเช่นกัน โดยจะสามารถเลือกเติมเงินแค่เท่าที่ใช้ และเมื่อต้องการใช้อินเทอร์เน็ตก็เลือกสมัครแพ็กเกจเสริมตามที่เหมาะสม แต่ต้องระวังอินเทอร์เน็ตรั่วด้วย เนื่องจากแบบเติมเงินถ้าหากใช้อินเทอร์เน็ตครบตามแพ็กเกจเสริมที่ได้สมัครไว้แล้ว การใช้งานที่เกินจากนั้นจะถูกคิดค่าบริการเพิ่มในอัตราที่แพงกว่า
 
แพ็กเกจอินเทอร์เน็ต
ภาพจาก : true.th
 
แพ็กเกจอินเทอร์เน็ต
ภาพจาก : dtac.co.th
 
          มาถึงตรงนี้สามารถสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ได้ว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ใช้บริการต้องประสบกับปัญหาอินเทอร์เน็ตมือถือช้านั้นมักเกิดจากการติด FUP หลังจากใช้งานอินเทอร์เน็ตครบตามแพ็กเกจที่ได้สมัครไว้ ส่งผลให้ใช้ได้ไม่เต็ม สปีด ดังนั้น การเปลี่ยนไปใช้แพ็กเกจที่เหมาะสมก็จะช่วยแก้ปัญหานี้ให้หมดไปได้ หรือถ้าใครใช้อินเทอร์เน็ตมือถือน้อยก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงเพื่อสมัครแพ็กเกจที่ได้อินเทอร์เน็ตเยอะ ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ไม่น้อยเลยทีเดียว และที่สำคัญจะต้องไม่ลืมว่า "แพ็กเกจมีวันหมดอายุ" อย่าลืมหมั่นเช็กการใช้งานแพ็กเกจของตัวเองกันด้วยนะ 

ขอบคุณภาพจาก : true.th, dtac.co.th
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อินเทอร์เน็ตมือถือช้า กับสาเหตุที่หลายคนอาจคิดไม่ถึง ! อัปเดตล่าสุด 31 มกราคม 2567 เวลา 09:34:16 30,762 อ่าน
TOP