10 มือถือราคาไม่เกิน 15,000 บาท น่าซื้อ ปี 2018 รุ่นไหนดี

          10 มือถือราคาไม่เกิน 15,000 บาท ปี 2018 รุ่นไหนดี รุ่นไหนน่าซื้อ สำหรับผู้ซื้อที่มีงบประมาณจำกัด อยากได้มือถือราคาไม่เกิน 15,000 บาท มีรุ่นไหนให้เลือกบ้าง


10 มือถือราคาไม่เกิน 15,000 บาท

          สำหรับใครที่กำลังมองหามือถือใหม่ เน้นตอบโจทย์แบบรอบด้าน สเปกคุ้มค่า แต่มีงบไม่เกิน 15,000 บาท ไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อมือถือรุ่นไหนดี วันนี้กระปุกดอทคอมมี 10 มือถือราคาไม่เกิน 15,000 บาท น่าซื้อ น่าใช้ ประจำปี 2018 มาแนะนำ ส่วนจะมีรุ่นไหนบ้าง มาติดตามกันเลย

1. POCOPHONE F1

10 มือถือราคาไม่เกิน 15,000 บาท

          แบรนด์น้องใหม่ที่แยกตัวออกมาจาก Xiaomi ยังคงถูกพูดถึงและร้อนแรงอย่างต่อเนื่องกับมือถือรุ่นแรกของแบรนด์ POCOPHONE F1 ภายใต้คอนเซ็ปต์ Master of Speed มาพร้อมสเปกและราคาที่ต้องบอกว่า "ฆ่ายกวงการ" ด้านสเปกมีหน้าจอขนาด 6.18 นิ้ว ความละเอียด Full HD+, พร้อมรอยบาก (Notch), ซีพียู Snapdragon 845, แรม 6GB, หน่วยความจำ 128GB และมีเทคโนโลยีระบายความร้อน LiquidCool, รัน Android 8.1 (Oreo) ครอบทับด้วย MIUI พร้อม POCO launcher และรองรับการอัปเดตเป็น Android 9.0 (Pie)

          มีกล้องหลังคู่ 12 + 5 ล้านพิกเซล รองรับ AI ที่สามารถแยกซีนการถ่ายภาพได้ 206 ซีน จาก 25 หมวด ส่วนกล้องหน้า 20 ล้านพิกเซล รองรับ AI เช่นกัน และยังรองรับการสแกนใบหน้าด้วยอินฟราเรด ที่เคลมว่าสามารถปลดล็อกได้เร็วแค่ 0.4 วินาที รวมถึงสแกนในที่มืดได้ นอกจากนี้ยังมีสแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่องมาให้ด้วย ส่วนแบตเตอรี่ 4,000mAh รองรับ Quick Charge 3.0 และในกล่องแถมที่ชาร์จแบบ 9V/2A (18W)

ราคา 12,990 บาท (แรม 6GB + 128GB)

2. vivo V11

10 มือถือราคาไม่เกิน 15,000 บาท

          มือถือระดับกลางซีรีส์ V รุ่นใหม่ สานต่อความสำเร็จจาก vivo V9 โดยรุ่นนี้ได้มีการปรับโฉมหน้าจอใหม่อีกครั้ง ใช้หน้าจอแบบ Halo FullView Display มีรอยเว้าขนาดเล็กคล้ายกับหยดน้ำ อัตราส่วน 19.5:9 สัดส่วนของขนาดจอและตัวเครื่อง 91.27% มีขนาด 6.41 นิ้วกับ 6.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ รองรับการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ (เฉพาะรุ่น V11) สแกนใบหน้าด้วยแสงอินฟราเรด ตัวเครื่องดีไซน์สวยงามไล่เฉดสี มีให้เลือก 2 สี คือ สีดำ-ฟ้า (Starry Night) และสีฟ้า-ม่วง (Nebula)

          ด้านกล้องถ่ายภาพของ vivo V11 และ vivo V11i ใช้เป็นกล้องหลังเลนส์คู่ เทคโนโลยีถ่ายภาพ 2PD พร้อมระบบเซ็นเซอร์กล้องถ่ายภาพ 2 x 1,200 ล้านพิกเซล สามารถจับโฟกัสถ่ายภาพได้อย่างรวดเร็วแม่นยำเป็นธรรมชาติ และถ่ายภาพได้แม้ในที่มีแสงหลากหลายแบบด้วยรูรับแสงขนาด f/1.8 ขนาดพิกเซล 1.28μm มีเทคโนโลยีใหม่อย่าง AI Backlight HDR และ AI Low Light HDR ที่ใช้เทคโนโลยีถ่ายภาพ 6 เฟรมรวมกันให้เป็นภาพเดียว, มีโหมด AI Secne Recognition ที่สามารถแยกแยะวิวทิวทัศน์ตอนกลางคืน โหมดภาพถ่ายกันสั่น และโหมดถ่ายภาพบุคคล อาหาร ดอกไม้ เป็นต้น ส่วนกล้องหน้าของทั้ง 2 รุ่น ความละเอียดเท่ากันที่ 25 ล้านพิกเซล มีเทคโนโลยี AI พร้อมเทคโนโลยีปรับแต่งแสงแบบ 3D ช่วยให้ถ่ายเซลฟี่สวยและคมชัด ดูรายละเอียดสเปกและอื่น ๆ ที่นี่

ราคา 13,999 บาท

3. OPPO F9

10 มือถือราคาไม่เกิน 15,000 บาท

          สำหรับใครที่งบจำกัดแต่อยากสัมผัสกับมือถือที่มีดีไซน์สวยงามพรีเมียม ต้องรุ่นนี้เลย OPPO F9 มือถือซีรีส์ F รุ่นใหม่ มาพร้อมหน้าจอแบบใหม่ Waterdrop Screen เป็นหน้าจอที่มีรอยบากทรงหยดน้ำ มีขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ อัตราส่วน 19.5:9 คิดเป็นพื้นที่ใช้งานทั้งหมด 90.8% ขอบจอโค้งมนสวยงาม ตัวเครื่องดีไซน์สวยด้วยวัสดุโลหะ มีการไล่เฉดสีอย่างลงตัว โดยมีให้เลือก 3 สี คือ สีแดง (Sunrise Red), สีน้ำเงิน (Twilight Blue) และสีม่วง (Starry Purple)

          ด้านสเปกใช้ซีพียู MediaTek Helio P60 Octa-Core, แรม 6GB, หน่วยความจำ 64GB, รองรับ microSD, รัน Android 8.1 (Oreo) ครอบทับด้วย ColorOS 5.2, กล้องหลังคู่ 16 + 2 ล้านพิกเซล, LED flash, f/1.85, กล้องหน้า 25 ล้านพิกเซล, f/2.0, รองรับ AI, ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX576, ด้านหลังมีสแกนลายนิ้วมือ และแบตเตอรี่ความจุ 3,500mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว VOOC Flash Charge ที่เคลมว่าชาร์จแค่ 5 นาที สามารถคุยโทรศัพท์ได้นาน 2 ชั่วโมง

ราคา 10,990 บาท

4. Nokia 7 Plus

10 มือถือราคาไม่เกิน 15,000 บาท

          มือถือหน้าจอ 18:9 รุ่นแรกของ Nokia มาพร้อมหน้าจอ 6 นิ้ว อัตราส่วน 18:9 ความละเอียด Full HD+, ซีพียู Snapdragon 660, แรม 4GB, หน่วยความจำ 64GB, รัน Android 8.0 (Oreo), รองรับการอัปเดต Android 8.1, กล้องหลังคู่เลนส์ ZEISS กล้องตัวแรก 12 ล้านพิกเซล (Wide-angle) กล้องตัวที่สอง 13 ล้านพิกเซล รองรับการซูม 2 เท่า แบบ Optical, ตัวเครื่องทำจากอะลูมิเนียมซีรีส์ 6000 ดีไซน์สวยงาม ตัดขอบด้วยสีทองแดง และแบตเตอรี่ 3,800mAh เคลมว่าใช้งานได้นาน 2 วัน รวมถึงรองรับ fast charging

ราคา 13,900 บาท

5. Xiaomi Mi A2

10 มือถือราคาไม่เกิน 15,000 บาท

          มือถือสุดคุ้มสานต่อความสำเร็จจาก Xiaomi Mi A1 ที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยรุ่นนี้ได้ปรับปรุงใหม่อีกครั้ง มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 8.1 (Oreo) แบบ Pure Android (ไม่มีอินเทอร์เฟซมาครอบทับ) และรองรับการอัปเดตเวอร์ชั่นใหม่จาก Google โดยตรง พร้อมการันตีอัปเดต Android 9.0 อีกด้วย มาพร้อมหน้าจอ 5.99 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ อัตราส่วน 18:9, ซีพียู Snapdragon 660 AIE, แรม 4GB/6GB, หน่วยความจำ 32GB/64GB/128GB, รัน Android 8.1 (Oreo) ครอบทับด้วย MIUI 9, กล้องหลังคู่ 12 ล้านพิกเซล, f/1.75, เซ็นเซอร์ Sony IMX486 กล้องตัวที่สอง 20 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX376 รองรับการถ่ายภาพ Portrait และมีเทคโนโลยี AI ที่ช่วยแยกซีนการถ่ายภาพถึง 206 แบบ จาก 24 ประเภท กล้องหน้า 20 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX376 พร้อม soft LED flash และเทคโนโลยี AI beautification ช่วยปรับแต่งภาพเซลฟี่ให้สวยงามยิ่งขึ้น และรองรับการปลดล็อกด้วยใบหน้า

ราคา 10,990 บาท (แรม 6GB + 128GB)

6. Honor 10

10 มือถือราคาไม่เกิน 15,000 บาท

          มือถือเรือธง สเปกสุดคุ้ม ราคาสุดโดน มาพร้อมหน้าจอ 5.84 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ พร้อมรอยบาก (Notch) อัตราส่วน 19:9, มีพื้นที่การแสดงผลเมื่อเทียบกับตัวเครื่องมากถึง 86%, ซีพียู HiSilicon Kirin 970 Octa-Core with i7 co-processor, แรม 4GB, หน่วยความจำ 128GB, รัน Android 8.1 (Oreo) ครอบทับด้วย EMUI 8.1, ดีไซน์ตัวเครื่องสวยงาม ด้านหลังเป็นกระจกมีการไล่เฉดสีเหมือนกับ Huawei P20/P20 Pro

          จุดเด่นของรุ่นนี้คือกล้องคู่ 16 ล้านพิกเซล (RGB) และ 24 ล้านพิกเซล (Monochrome) รองรับการซูม 2 เท่า, LED flash, ระบบ AI Scene Recognition ที่ช่วยปรับแต่งภาพให้เหมาะกับทุกสถานการณ์ที่ใช้งาน วิเคราะห์วัตถุและฉากแบบเรียลไทม์ได้กว่า 500 แบบ จาก 22 หมวด ส่วนกล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล มี AI Beautification และรองรับการปลดล็อกด้วยใบหน้า สแกนลายนิ้วมือบนกระจก (Ultrasonic Fingerprint) ที่สามารถใช้งานได้แม้นิ้วมือเปียกน้ำ ส่วนแบตเตอรี่มีความจุ 3,400mAh รองรับ Super fast charge (5V/4.5A) เคลมว่าชาร์จจาก 0 ถึง 50% ในเวลา 25 นาที

ราคา 13,990 บาท

7. Huawei nova 3e

10 มือถือราคาไม่เกิน 15,000 บาท

          มือถือระดับกลางซีรีส์ nova รุ่นใหม่ ชูจุดเด่นด้วยกล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล มุมมองกว้าง 78 องศา รูรับแสงกว้าง F2.0 และเทคโนโลยี Nude Makeup Algorithm ออกแบบมาเพื่อการถ่ายภาพเซลฟี่กับเพื่อน ๆ ครอบครัว หรือคนพิเศษได้อย่างเป็นธรรมชาติด้วยคุณลักษณะการตกแต่งภาพ 3 มิติ (3D Facial Mapping) ที่ใช้การรับรู้อัจฉริยะจับมุมบนใบหน้าเพื่อปรับแสงและเงาทำให้สามารถถ่ายภาพบุคคลหรือภาพระยะใกล้ได้มากกว่าเดิม

          ด้านสเปกอื่น ๆ มีหน้าจอ 5.84 นิ้ว FullView Display 2.0 ความละเอียด Full HD+, อัตราส่วน 19:9, ซีพียู Kirin 659 Octa-Core, จีพียู Mali-T830MP2, แรม 4GB, หน่วยความจำ 128GB, รัน Android 8.0 ครอบทับด้วย EMUI 8.0, มีสแกนลายนิ้วมือ, ปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Unlock) และแบตเตอรี่ 3,000mAh รองรับ Huawei Fast Charge 2.0

ราคา 10,990 บาท

8. ASUS ZenFone 5

10 มือถือราคาไม่เกิน 15,000 บาท

          มือถือซีรีส์ ZenFone รุ่นล่าสุด มาพร้อมกล้องหลังคู่ โดยมีกล้องหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด F1.8 และระบบ OIS เลือกใช้เซ็นเซอร์ภาพ IMX363 ที่ดีที่สุดจาก SONY ซึ่งรับแสงได้มากกว่าเดิมถึง 5 เท่า เก็บภาพได้ครบทุกลายละเอียดแม้ในที่แสงน้อย ทำงานร่วมกับกล้องรองมุมกว้างพิเศษ 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล พร้อมโหมดออโต้ Portrait และ Selfie แบบพาโนรามา รวมถึงใช้ปลดล็อกด้วยใบหน้าได้อีกด้วย นอกจากนี้กล้องของ ZenFone 5 ยังได้รับคะแนนจาก DXOmark ถึง 90 คะแนน ด้านสเปกอื่น ๆ ใช้ซีพียู Snapdragon 636 ที่ทำงานร่วมกับระบบ AI อัจฉริยะของ ASUS ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมแรม 4GB หน่วยความจำ 64GB และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 3,300mAh ตัวเครื่องมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Meteor Silver และ Midnight Blue

ราคา 13,990 บาท

9. Sony Xperia XZ1

10 มือถือราคาไม่เกิน 15,000 บาท

          อดีตมือถือเรือธงของ Sony มาพร้อมสเปกที่ถือว่ายังใช้งานได้ รัน Android 8.0 Oreo ตั้งแต่อยู่ในกล่อง และยังมีฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามาคือ 3D Creation ที่สามารถใช้กล้องสแกนใบหน้าหรือวัตถุแบบ 3 มิติ เพื่อนำมาสร้างเป็นตัว Avatar ได้ และอาจมีลูกเล่นที่ทำให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ทำอย่างอื่นได้อีกในอนาคต ด้านสเปค 5.2 นิ้ว ความละเอียด Full HD, ซีพียู Snapdragon 835, แรม 4GB, หน่วยความจำ 64GB, กล้องหลัง 19 ล้านพิกเซล, กล้องหน้า 13 ล้านพิกเซล, กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP65/68 และแบตเตอรี่ 2,700mAh รองรับชาร์จเร็ว Quick Charge 3.0 และยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ด้วย Qnovo Adaptive Charging

ราคา 13,990 บาท

10. Samsung Galaxy A8 (2018)

10 มือถือราคาไม่เกิน 15,000 บาท

          มือถือซีรีส์ Galaxy A ประจำปี 2018 มาพร้อมกล้องหน้าคู่เป็นรุ่นแรกของ Samsung ความละเอียด 16 + 8 ล้านพิกเซล f/1.9 พร้อมฟีเจอร์ Live Focus สามารถถ่ายภาพ Portrait แบบหน้าชัดหลังเบลอได้ ส่วนกล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล f/1.7 และมีเทคโนโลยีกันสั่น video digital image stabilisation (VDis) เพื่อการถ่ายวิดีโอนิ่งและมีคุณภาพยิ่งขึ้น

          ด้านสเปก Galaxy A8 (2018) มีหน้าจอขนาด 5.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ Infinity Super AMOLED อัตราส่วน 18.5:9, ซีพียู Exynos 7885 14nm Octa-Core, แรม 4GB, หน่วยความจำ 32GB, รัน Android 7.1.1 (Nougat), รองรับ Samsung Pay, กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68 และรองรับ Samsung Gear VR

ราคา 10,990 บาท (ราคาปกติ 13,990 บาท)

หมายเหตุ: ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นและร้านตัวแทนจำหน่าย อย่าลืมสอบถามราคาล่าสุดก่อนซื้อ

สนใจให้ Kapook.com รีวิวสินค้ามีสเปก จัดทำวิดีโอโปรโมต หรือ Content และ Social Marketing คลิกดูรายละเอียดกันเลย

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
10 มือถือราคาไม่เกิน 15,000 บาท น่าซื้อ ปี 2018 รุ่นไหนดี โพสต์เมื่อ 2 ตุลาคม 2561 เวลา 18:12:27 23,278 อ่าน
TOP